ทำอย่างไร ไม่ให้โกรธ ข้อคิดของ ดังตฤน

ทำอย่างไรจะไม่โกรธอีกเลย?

การเจริญสติที่ถูกนั้น
ขึ้นอยู่กับมุมมองและความเชื่อที่ปักใจลงไปด้วย
ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้ถูกหรือยังอย่างเดียว

น่าแปลกใจครับที่นักเจริญสติส่วนใหญ่
ถามหาความไม่โกรธ
หรือไม่ก็ฝังใจว่าเป็นนักเจริญสติที่ก้าวหน้าแล้ว
จะต้องไม่มีความโกรธอยู่ในใจอีกเลย
ทั้งที่พระพุทธเจ้าให้แนวทางไว้ในจิตตานุปัสสนา
คือ จิตมีโทสะก็รู้ว่าโทสะมีอยู่ในจิต
พอโทสะหายไป ก็รู้ว่าโทสะไม่มีอยู่ในจิตแล้ว
แนวทางเป็นอย่างนี้
แต่เรากลับจะพอใจกับการไม่ต้องโกรธ
และตั้งคำถามทำนอง "ทำอย่างไรจะไม่โกรธอีกเลย"

ภาพของคนไม่โกรธเป็นภาพที่ดี
ดูว่ามีความสูงส่ง
แต่แท้จริงแล้ว ความสามารถจะรู้ทันความโกรธตามจริง
เป็นสิ่งมีค่าสูงสุด!

ตราบเท่าที่ยังมีเชื้อแห่งความโกรธ
ยังไม่ใช่พระอนาคามี ยังไม่สำเร็จอรหัตตผล
อย่างไรคุณก็ต้องโกรธอยู่
การที่ไม่โกรธนานๆจนนึกว่าจะไม่โกรธอีกแล้ว
ก็เพราะไม่มีสิ่งกระทบที่แรงพอมานานเท่านั้นเอง

มาตั้งคำถามกันใหม่
"ทำอย่างไรจะรู้ความโกรธได้ทุกครั้ง?"
อันนี้เป็นไปได้จริง และน่าจะเป็นไป

คำตอบอันเป็นวิธีการ
คือลบภาพในหัวออกไปก่อน
อย่าติดภาพว่านักเจริญสติคือผู้ไม่โกรธ
ขอให้เห็นภาพตามจริงว่านักเจริญสติคือคนธรรมดา
ที่ยังต้องมีความโกรธขึ้นมาได้
และบางครั้งก็อาจจะเร่าร้อนไม่ต่างจากปุถุชนสามัญ
แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือเราจะใช้ความโกรธให้เป็นประโยชน์
ไม่ปล่อยให้ความโกรธสูญเปล่าเหมือนคนที่ไม่รู้ทางเจริญสติ

จากนั้นเมื่อเผชิญกับเรื่องยั่วยุให้โกรธ
ก็เผชิญหน้ากับความโกรธด้วยมุมมองอันเป็นภายใน
เร่าร้อนแค่ไหน... รู้
คันอกคันใจคะยิกแค่ไหน... เห็น
ปากเหมือนจะระเบิดคำด่าคำไหน... ยอมรับ
มีแรงดิ้นอยากทำร้ายคนแค่ไหน... เท่าทัน
จะตูมตามอยู่ในอกเหมือนนรกเกิดในใจแค่ไหน
มันจะไม่สูญเปล่า ถ้ารู้ เห็น ยอมรับ และเท่าทัน
เพราะในที่ที่มีอาการรู้ เห็น ยอมรับ และเท่าทัน
คือที่เดียวกับที่สติเกิดขึ้น
และทุกภาวะย่อมอ่อนข้อให้กับสติ
เพราะสติเป็นปฏิปักษ์กับโทสะ
ทำให้โทสะเปิดเผยตัวว่าเป็นของปลอม
แรงแค่ไหนก็อ่อนละลายหายไปอย่างรวดเร็ว

แต่ถ้าไปกัดฟันสะกดอารมณ์ข่มใจ
รู้สึกว่ามีภาพของนักเจริญสติผู้สูงส่ง ไม่ควรโกรธ
อันนั้นคือคุณให้มิ่งมหามิตรของโทสะเข้าไปเสริมกำลัง
เพราะการกัดฟันข่มนั้น ก็คือภาคหนึ่งของโทสะ
และเป็นอาหารเลี้ยงชีวิตให้โทสะยืนยาว
ดูเท่าไหร่ก็ไม่เห็นความตายไปของมันได้

ภาพของนักเจริญสติที่แทรกอยู่
และเป็นเหตุให้เกิดการฝืนกัดฟันทนนั้น
ถ้าไม่ทำความเข้าใจไว้ก่อน บางทีก็มองไม่เห็นครับ
แต่ก็ขอให้เข้าใจด้วยว่าการปล่อยระเบิดเต็มพิกัด
อยากด่าก็ด่า อยากลงมือลงไม้ก็ลงมือลงไม้
แบบนี้ไม่เรียกยอมรับตามจริงเพื่อรู้
แต่ตอบรับตามสภาพเพื่อบู๊
เป็นไปเพื่อความเจริญขึ้นของโทสะถ่ายเดียว
อันนี้เกิดขึ้นกับหลายคนที่อ้างว่า
จะปล่อยตามธรรมชาติเพื่อดูนะครับ

ดังตฤณ
มิถุนายน ๕๔
หมวดหมู่: วรรณกรรม
ผู้เขียนบทความ: มนตรี เลากิตติศักดิ์
เวลาป้อน: 9 มิ.ย. 2011 08:36
แก้ไขล่าสุด: 9 มิ.ย. 2011 08:36
จำนวนการเปิด: 939

 

ข้อคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ
ลิขสิทธิ์ © 2010 คณะศิลปกรรม และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา
สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด
95/2 ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์ลำปาง-เชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 53000
โทรศัพท์ 053-414250 / โทรสาร.053-414253